แนวโน้มการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนอุปกรณ์การสื่อสารที่ได้รับความนิยมกันมากในปัจจุบัน

ปัจจุบันสมาร์ทโฟน กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของใครหลายๆคน เพราะคุณสมบัติที่มากกว่าการโทรศัพท์ ทั้งเช็คข้อมูลข่าวสารจากอินเตอร์เน็ต ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม แและยังสามารถพกพาได้สะดวก

ถ้ามองดูตลาดไอทีของโลกในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นความแตกต่างอย่างมากระหว่างตลาดคอมพิวเตอร์ที่ซบเซา ขณะที่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกลับเติบโตสวนทางกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัจจัยลบต่อตลาดคอมพิวเตอร์มาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วเป็นหลัก เนื่องจากภาคธุรกิจชะลอการลงทุนด้านไอทีลงต่อเนื่อง ในส่วนของผู้บริโภคเอง ก็มีแนวโน้มจะเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ในยามที่หมดอายุการใช้งาน (replacement) มากกว่าที่จะซื้อเพราะต้องการ upgrade เป็นสินค้ารุ่นใหม่ ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีการเปิดตัว Window 8 และ Ultrabook รุ่นใหม่ๆ ออกมา แต่ไม่ช่วยกระตุ้นยอดขายมากนัก โดยเฉพาะ desktop ที่ยอดส่งสินค้าในตลาดโลกติดลบ 3% ต่อปีขณะที่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกลับเติบโตแบบก้าวกระโดด เพิ่มขึ้นกว่า 50% ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 45%  มาเป็น 60% ของยอดการส่งสินค้า IT

ดูจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ปัจจัยสนับสนุนความต้องการสมาร์ทโฟนที่สำคัญมาจากการใช้งานที่มากกว่าการโทรเข้า/ออก แต่ผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้งานเพื่อความบันเทิงมากขึ้น ถ้าดูปริมาณการใช้ข้อมูลในอุปกรณ์สมาร์ทโฟน เติบโตถึง 80% และยังมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น ตามฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายและการพัฒนาแอพลิเคชันใหม่ๆ ที่มีต่อเนื่อง

ปัจจัยสนับสนุนอีกปัจจัยหนึ่งคือ ราคาที่ถูกลงมาก ถ้าย้อนไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน เราแทบจะไม่เห็นสมาร์ท  โฟนราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท แต่ในปัจจุบัน มีการพัฒนาสมาร์ทโฟนราคาประหยัด แม้เรามีงบเพียง 3-5 พันบาท ก็สามารถเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนได้ ราคาที่ถูกลงเป็นปัจจัยที่ทำให้ยอดขายในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเติบโตแซงหน้าประเทศพัฒนาแล้ว พบว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีสัดส่วนถึงราว 60% ของยอดขายทั้งหมดและคาดว่าจะเพิ่มเป็น 70%  โดยเฉพาะกลุ่ม BRICs (จีน รัสเซีย อินเดีย บราซิล และอินโดนีเซีย) คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยราว 23% เทียบกับในประเทศพัฒนาแล้วที่คาดว่าจะโตราว 10% ทั้งนี้ IDC คาดการณ์ว่าสัดส่วนยอดขายสมาร์ทโฟนที่มีราคาต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาทจะเพิ่มขึ้นจาก 30% ในปี 2012 มาเป็นเกือบราว 40% ในปี 2014 และราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนจะปรับลดลงประมาณ 7% ต่อปีในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

โอกาสของตลาดสมาร์ทโฟนยังมีอีกมาก แต่ผู้ประกอบการควรจะต้องพิจารณาเลือกสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด รวมทั้งการบริหารสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพเนื่องจากสมาร์ทโฟนมีการออกรุ่นใหม่อยู่ตลอดเวลาและสงครามราคายังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

การโฆษณาทางนวัตกรรมอนาคตด้านเทคโนโลยี

ความเจริญด้านเทคโนโลยีทางการสื่อสารและสื่อมวลชน ได้รุดหน้าไปอย่างรวดเร็วด้วยอุปกรณ์และเทคนิคใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักโฆษณาจึงต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวทันกับความเจริญ การย่อโลกให้แคบลงจนสามารถติดต่อถึงกันได้ทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็วและกว้าง ขวางอย่างไร้พรมแดนในยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization) หรือคุยข่าวสารข้อมูลนั้น ส่งผลให้ข้อมูลข่าวสรเป็นสื่อสำคัญในการสร้างการรับรู้ข้อมูลและเครือข่าย การสื่อสารทั่วโลก ยุคปัจจุบันจึงเป็นยุคแห่งข่าวสาร การแข่ขันระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยกันจึงมากขึ้นดังนั้น การโฆษณาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสินค้าและบริการจะจำหน่ายได้ ต้องมีการให้ข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัยจูงใจผู้บรโภคนับได้ว่ายุคนี้ เป็นการแข่งขันในยุคข่าวสาร (Information Super-Highway) โดยแท้จริงอย่างไรก็ดี การเคลื่อนที่ของข่าวสารการโฆษณาทั้งหลายล้วนต้องผ่านสื่อมวลชน อันได้แก่ สื่อวิทยุโทรทัศน์ สื่อวิทยุกระจายเสียง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และสื่อเบ็ดเตล็ดต่างๆ สื่อที่มีบทบาททางสำคัญอีกประการหนึ่ง ได้แก่ สื่ออินเตอร์เน็ตที่เกิดขึ้นจากการเผยแพร่นวัตกรรม ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในขณะนี้ เนื่องจากนักโฆษณาส่งสารโฆษณาผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ตมีความรวดเร็วในการ สื่อสาร สามารถเผยแพร่ได้อย่างกว้างขวางและจูงใจผู้บริโภคได้อย่างดี

หากพูดถึงเทคโนโลยีในทุกวันนี้ก็ต้องยอมรับว่ามันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ชีวิตเราไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ ฯลฯ คุณเคยจินตนาการถึงวันของคุณในปี 2020ไหม? เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและรูปร่างหน้าตาของอุปกรณ์ต่างๆ ก็เริ่มจะมีเค้าโครงไปสู่โลกอนาคตตามที่คาดการณ์กันไว้แล้ว

พูดถึงชีวิตประจำวันของเราในอนาคต ในปี 2020 จะมีการรวมเทคโนโลยี ระหว่างเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีการสื่อสาร และเทคโนโลยีการแพร่ภาพกระจายเสียง เป็นการใช้เทคโนโลยี Cloud ร่วมกับทัชสกรีน

ตัวอย่างจากวีดีโอคือ กระจกไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ เป็นระบบดิจิตอล มีประสิทธิภาพสูง มีความทนทาน มันก็คือผ้าม่านอิเล็กทรอนิกส์ของคุณนั่นเอง มันจะทำงานโดยระบบการตั้งเวลาจากจอทีวีกระจก LCD ที่มีขนาดใหญ่และบางพิเศษ ต่อมาคือ Architectural Display Glass เป็นกระจกที่ใช้งานระบบอิเล็กทรอนิคส์ ไวต่อการสัมผัส คุณสามารถเปิดหน้าต่างการสนทนา ข่าว ปฏิทิน ฯลฯ ไปพร้อมๆกันในระหว่างที่คุณกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ได้ ส่วนเครื่องใช้ในครัวหรือเตาแก๊ส เรียกว่า Architectural Surface Glass มีลักษณะทนความร้อน มีหน้าจอแสดงการใช้งาน เป็นเตาแก๊สที่คุณสั่งการโดยระบบสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิด หรือ การเร่งความร้อน สำหรับการทำงานของคุณก็มี Work Surface Display Glass เป็นพื้นที่ที่คุณสามารถพรีเซ้นงานได้อย่างสะดวกสบาย Electronics Ready Glass ช่วยให้คุณสะดวกสบายในการ Shopping คุณสามารถดูแคตตาล็อคบนจอแก้วขนาดใหญ่เพื่อเลือกซื้อของตามที่คุณต้องการได้ ทันที ซึ่งเทคโนโลยีนี้ในปัจจุบันก็เริ่มมีการคิดค้นออกมาแล้วด้วย

เทคโนโลยีนี้ผู้ใช้สามารถสั่งงานและเข้าถึงได้จากทุกที่ทั่วทุกมุมโลก เพียงแค่จ่ายค่าบริการเหมือนการใช้งานบริการทั่วไป ไฟฟ้า ประปาน้ำมัน โทรศัพท์ ฯลฯ เป็นต้น

ความก้าวหน้าทางนวัตกรรมเทคโนโลยีการสื่อสารในอนาคต

เทคโนโลยีด้านการสื่อสารในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก ทั้งโทรศัพท์, แชท และ Video Call ที่ทำให้คนที่อยู่ไกลกันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีเหล่านี้ยังไม่สามารถตอบโจทย์การสื่อสารได้ทั้งหมด แม้แต่สื่อสารกันแบบเห็นหน้าแบบเรียลไทม์ก็ตาม ก็ยังไม่สามารถทำให้คนสองคนที่อยู่คนละที่กัน รู้สึกใกล้ชิดกัน เหมือนอยู่ที่เดียวกัน

แต่การสื่อสารในอนาคตจะทำให้ความรู้สึกตรงนี้หายไป จากในยุคปัจจุบันที่ทำได้เพียงพูดคุยเห็นหน้ากันผ่านทางหน้าจอ แต่ในโลกอนาคตรูปแบบของการสื่อสารจะเปลี่ยนไปจากเดิม โดยเราและคู่สนทนาสามารถเลือกที่จะอยู่ในสถานที่แห่งเดียวกันและทำกิจกรรมร่วมกันเสมือนอยู่เคียงข้างกัน แม้อยู่ไกลกันนับพันกิโล ถือได้ว่าเป็นต้นแบบของการสื่อสารแห่งยุคอนาคต ทำให้คนสองคนที่อยู่คนละ เมือง คนละประเทศสามารถสื่อสารกันเสมือนอยู่ข้างกัน มองเห็นมากกว่าใบหน้า สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมเสมือนจริงออกมาในรูปแบบ 3 มิติ ที่จะทำให้เราและคนที่เรากำลังสื่อสารด้วยมองเห็นในมุมมองที่เสมือนจริงในทุกมุมมอง ทุกองศา ราวๆกับอยู่ในสถานที่เดียวกัน ทำให้ความห่างไกลของคนสองคนไม่ไกลต่อไป

เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป เมื่อความเจริญพัฒนาถึงขีดสุดแถมยังพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จึงก่อให้เกิดคำพูดใหม่ๆ ในแวดวงนักการตลาดหรือนักบริหารมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ก็คือ “โลกเจริญขึ้นพร้อมๆ กับทำการค้ายากขึ้น” เพราะทุกๆ บริษัทต่างเพียรพยายามที่จะพัฒนาเครื่องมือในการแข่งขันที่เพิ่มความรุนแรง มากขึ้นๆ ขณะเดียวกันก็ทำให้มนุษย์ทั้งโลกได้รับประโยชน์ทางตรงในการมีโอกาสซื้อสิ่ง อำนวยความสะดวกที่หลากหลายขึ้น ในราคาที่ต่ำลงชนิดเทียบกันไม่ติดฝุ่นเลยทีเดียว ดังนั้น ผมจึงขอสรุปว่า กลยุทธ์การตลาด ทำให้นวัตกรรมล้ำยุค มีมูลค่าที่ต่ำลงได้นั่นเอง