มาถึงแล้ว Apple Watch พร้อมคุณสมบัติที่หลากหลาย

apple-watch
นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรกของแอปเปิลนั้นถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ตัวนาฬิกามีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 38 มม. และ 42 มม. ครั้งนั้นแอปเปิลระบุว่า ผู้ใช้จะสามารถรับและส่งข้อความจากนาฬิกานี้ได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกันก็สามารถรับสายโทรศัพท์ รวมถึงติดตามข้อมูลสุขภาพและการออกกำลังกายได้ ซึ่งผู้ใช้สามารถถ่ายโอนข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ได้จากข้อมือของตัวเอง และสามารถทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าอย่าง iPhone 5 ได้ โดยหนึ่งในจุดเด่นของ Apple Watch ที่ถูกประกาศในช่วงเวลานั้นคือ รูปแบบหน้าปัดนาฬิกาที่แอปเปิลเปิดให้ผู้ใช้เลือกได้มากกว่า 11 แบบ แถมผู้ใช้ยังสามารถเลื่อน ขยาย หรือเปิดใช้เมนูต่างๆด้วยปุ่มพิเศษด้านข้างนาฬิกา ภายใน Apple Watch จะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ รองรับ GPS และระบบ Wi-Fi ตัวสายมีให้เลือก 6 รูปแบบ ทั้งจากวัสดุหนังแท้ โลหะ และพลาสติก แต่ความต่างคือการใช้ชิป S1 และวัสดุหลังเครื่องที่ผู้ใช้สามารถเลือกความหรูหราได้หลายระดับ ไล่ตั้งแต่สเตนเลสอัลลอย อะลูมิเนียม รวมถึงทอง 18 กะรัต

ส่วนของซอฟต์แวร์ มีการนำเสนอแอพพื้นฐานใน Apple Watch อาทิ Siri, Maps และ Photos ส่วนที่แอปเปิลภูมิใจเสนอมากคือแอพ Fitness and Workout ที่ทำหน้าที่เสมือนเทรนเนอร์ส่วนตัว คอยแทร็กการเคลื่อนไหว การออกกำลัง แคลอรี่ที่เผาผลาญ ตลอดจนกำหนดเป้าหมาย และคอยเตือนผู้ใช้งาน ซึ่งกลไกทำงานทั้งหมดออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสโดยตรง Apple Watch ช่วยให้การสื่อสารทุกรูปแบบที่คุณคุ้นเคยสะดวกสบายยิ่งขึ้น และเนื่องจากนาฬิกาสัมผัสกับข้อมือของคุณโดยตรง เราจึงสามารถเพิ่มชิ้นส่วนที่ให้ความรู้สึกได้ลงไปด้วยเพื่อใช้ในการแจ้งเตือน เช่น คุณจะรู้สึกถึงการสะกิดเบาๆเมื่อมีข้อความส่งถึงคุณ

และไม่เพียงแค่นั้นเพราะ Apple Watch ยังให้คุณติดต่อสื่อสารกับคนที่คุณคุยด้วยบ่อยๆได้ด้วยวิธีที่สนุกและเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการสะกิดหากัน ส่งรูปวาด หรือแม้แต่ส่งจังหวะการเต้นของหัวใจ ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมทั้งหมดของกิจกรรมที่คุณทำตลอดทั้งวัน โดยวงแหวน 3 วงของแอพกิจกรรมจะแสดงความก้าวหน้าในแต่ละวันของคุณ พร้อมกับช่วยกระตุ้นให้คุณนั่งน้อยลง เคลื่อนไหวมากขึ้น และลุกขึ้นมาออกกำลังกายบ้าง นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นนาฬิกาสปอร์ตสุดล้ำที่จะแสดงสถิติตามจริง ณ เวลานั้นๆสำหรับการออกกำลังกายซึ่งเป็นที่นิยมโดยทั่วไป

เทรนด์ตลาดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไอทีพกพา ปี 2015

แม้ว่าตลาดอุตสาหกรรมไอทีโดยเฉพาะพวกตลาดโทรศัพท์มือถือยังเติบโต แต่ปี 2015 ก็เป็นปีที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ของตลาดไอทีที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ โดยสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2015 นี้คือ

1.) Google พยายามเจรจาจะเข้ามาบริการในจีนอีกครั้ง
ตลาดจีนเป็นตลาดที่สำคัญและใหญ่เป็นอันดับ 1 เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ Google พยายามจะเจรจา กับทางการจีน เพื่อให้ google ได้บริการอีกครั้งโดยเฉพาะ Android หากสามารถขายในตลาดจีนได้ จะทำได้ได้รายได้จากการซื้อขายแอพ หรือ content จากชาวจีนได้อย่างมหาศาล แต่ Google ต้องรับเงื่อนไขบางอย่างจากข้อกฎหมายของจีนด้วย ซึ่งการที่ Google ตั้งใจให้บริการในจีนอีกครั้งยัง ก็ยังเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ดูแล้วยังไม่ราบรื่นอยู่ ปีนี้ลุ้นกันว่า Google จะสามารถให้บริการในจีนอีกครั้งได้หรือไม่

2.) Apple เตรียมเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ หน้าจอขนาดใหญ่กว่า 12 นิ้ว
แม้ว่า Apple จะเป็นผู้นำในด้านแท็บเล็ตยอดนิยมสุดอย่าง iPad แต่Apple ก็ยังพยายามที่จะทำให้ iPad เป็นส่วนหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ตอบโจทย์ในการทำงาน โดยหวังให้การใช้งาน iPad ได้สะดวกเหมือนพวกคอมพิวเตอร์มากขึ้น คาดมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดสูง ชิพซีพียูใหม่ A9 และ การออกแบบแอพให้สามารถรันทำงานพร้อมๆกันได้หลายแอพ ในหน้าจอเดียว

3.) Oppo จะเป็นแบรด์ใหม่ที่มาแรง เป็นคู่ท้าชิงของบรรดาแบรนด์เนมตลาดมือถือ
ด้วยมูลค่าการตลาด ยอดขายของสมาร์ทโฟนระดับ Hi-End และนวัตกรรมการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของมือถือ OPPO ทำให้เป็นแบรนด์ Oppo จากจีนนี้ เป็นที่น่าจับตามอง ว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดมือถือแย่งจากบรรดามือถือแบรนด์เนมได้ ในปีนี้

4.) เกิดการควบรวมกิจการของผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่
อย่างที่สหรัฐก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว คาดว่าในปีนี้ จะเกิดควบรวมกิจการของผู้ให้บริการโทศัพท์มือถือรายใหญ่มากขึ้น ซึ่งประโยชน์ของการควบกิจการคืแจะช่วยให้บริษัทหรือผู้ประกอบการลดค่าใช้จ่าย การใช้งานคลื่นความถี่ให้เกิดประโยชน์สูงขึ้น และปรับปรุงด้านการทำงานการให้บริการที่ดีขึ้น

5.) ราคาสมาร์ทโฟนถูกลง อัตราการใช้งานมือถือในอินเดียสูงขึ้น
ราคาสมาร์ทโฟนที่รองรับ LTE จะราคาไม่เกิน 150 เหรียญสหรัฐ และมีการเชื่อมต่อใช้บริการเน็ตบนมือถือผ่านเครือข่าย LTE มากขึ้น คาดการณ์ว่า 25% ของสมาร์ทโฟรราคาถูกในปี 2015 จะรองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัว LTE ในอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ เป็นโอกาสสำคัญของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและผู้ประกอบการ ที่จะแข่งขันเรื่องการให้บริการ 4G LTE ซึ่งส่วนใหญ่คนเดียยังใช้เทคโนโลยี 3G อยู่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ยังไม่มีให้บริการ 4G จะต้องปรับตัวโปรโมตมากขึ้น

6.) Intel จะร่วมเป็นพันธมิตรกับ บริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เกี่ยวกับ Bluetooth LE
ยุคนี้เทรนด์เกี่ยวกับการใช้พวกอุปกรณ์ไอทีสวมใส่ได้อย่าง Wearable และ Internet Of Thing มาแรง สิ่งสำคัญคือการเชื่อมต่อ Bluetooth LE หรือ Bluetooth 4.0 ซึ่งใช้พลังงานต่ำจีงจำเป็นเพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไอทีเหล่านี้ จำนวนมาก Intel จึงพยายามร่วมมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิต Bluetooth LE อย่าง Nordic Semiconductor เพื่อสามารถผลิต Wearable มาแข่งในตลาดไอที

7.) Android และ iOS บนเท็บเล็ต จะพัฒนาให้ใช้งานแอพพร้อมกัน Mutltasking ได้ดีขึ้น
เพราะตลาดแท็บเล็ตเริ่มหยุดโต จากข้อจำกัดในเรื่องการทำงานพร้อมกัน และการใช้กับการทำงานที่ไม่เต็มที่เท่าคอมพิวเตอร์ ทำให้ทั้งฝั่ง iOS และ Android ตลอดจนนักพัฒนาแอพต่างๆพยายามใส่ฟีเจอร์ซอต์แวร์ให้ตอบโจทย์กับคนทำงาน สามารถใช้งานแอพพร้อมๆกันได้ โดยฝั่ง Apple จะพยายามให้สามารถแบ่งหน้าจอการทำงานของแอพได้ และทางฝั่ง Google ก็จะสนับสนุนแอพบนแบบแท็บเล็ต และ บนสมาร์ทโฟนจอใหญ่มากขึ้น

8.) Samsung จะเสียส่วนแบ่งการตลาดของสมาร์ทโฟนให้กับจีน
เพราะส่วนแบ่งตลาดมือถือซัมซุง ไม่โตขึ้นตามคาด และกลับเป็นได้ส่วนแบ่งลดลงในปีที่ผ่านมา โดยเสียส่วนแบ่งให้กับแบรนด์มือถือจากจีนรายดังๆเช่น Huawei , Lenovo , Yulong และ Xiaomi ที่กำลังมาแรง และซัมซุงเริ่มลงทุนการตลาดอย่างระมัดระวังมากขึ้น บวกกับเตรียมแผนขายสมาร์ทโฟนราคาถูกมาลุยตลาดมากขึ้น เพื่อทำยอดขายสู้กับแบรนด์จีน

9.) จับตา Galaxy S6 จาก Samsung จะมีการปรับหน้าตาครั้งใหญ่
จากเมื่อปีที่แล้ว ยอดขาย Galaxy S5 ไม่ได้เป็นไปตามเป้า แถมผิดหวังในเรื่องการออกแบบ Design ด้วย ทำให้ Galaxy S6 จะเป็นการปรับปรุงหน้าตาของสมาร์ทโฟนเรือธงครั้งใหญ่ ยิ่งกว่า Galaxy S4 และ Galaxy S5 ทั้งการออกแบบตัวเครื่องใหม่ และตัวซอฟต์แวร์ภายในเครื่อง โดยคาดว่าจะมือถือแบบวัสดุโลหะ ซีพียูแบบ 64 บิตด้วย